Monfortian Associates Forum
July 29, 2014, 02:38:56 pm *
Welcome, Guest. Please login or register.

Login with username, password and session length
News:
 
   Home   Help Login Register  
Pages: [1]   Go Down
  Print  
Author Topic: การจัดการทรัพย์สินในบั้นปลายชีวิต : ตอน 2 วิธีการทำพินัยกรรม  (Read 11390 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
wasan_k
Sr. Member
****
Offline Offline

Posts: 273



« on: June 18, 2011, 09:29:27 pm »

                                   ตอน 2    การทำพินัยกรรม

หลักกฎหมายเกี่ยวกับการทำพินัยกรรม

1. ใครมีสิทธิทำพินัยกรรม

                ผู้ที่จะทำพินัยกรรมได้ต้องมีอายุครบ ๑๕ ปีบริบูรณ์     (บุคคลที่ศาลได้มีคำสั่งให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถ(พวกคนบ้าวิกลจริต) ก็ไม่สามารถทำพินัยกรรมได้เช่นกัน)

2.  ผู้ที่เป็นพยานในพินัยกรรมไม่ได้
      แบบพินัยกรรมส่วนมากต้องมีพยานแต่คนบางคนจะเป็นพยานในพินัยกรรมไม่ได้
ซึ่งได้แก่คนต่อไปนี้

1. ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ (ใครก็ตามถ้าได้จดทะเบียนสมรสเมื่ออายุครบ 17 ปีบริบูรณ์
     กฎหมายก็ถือว่าบรรลุนิติภาวะแล้ว แม้อายุยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ก็ตาม)
2. บุคคลวิกลจริตหรือศาลสั่งให้เป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ
3. บุคคลที่หูหนวก  เป็นใบ้  หรือตาบอดทั้งสองข้าง

ถ้าคนเหล่านี้เซ็นเป็นพยานในพินัยกรรม  กฎหมายไม่ให้ถือว่าเขาเป็นพยาน  ซึ่งจะมีผลต่อไปคือหากในพินัยกรรมมีพยานไม่ครบ  ตามแบบพินัยกรรมนั้นๆ   พินัยกรรมนั้นก็ไม่มีผลเป็นพินัยกรรม  เช่น  บุคคลวิกลจริตเซ็นเป็นพยานในพินัยกรรมธรรมดา  ซึ่งกฎหมายให้ต้องมีพยานสองคน  และในพินัยกรรมมีการเซ็นพยานไว้เพียงสองคน  ก็เท่ากับขาดพยานหนึ่งคน   พินัยกรรมนั้นจึงไม่มีผลเป็นพินัยกรรม

บุคคลที่กฎหมายห้ามรับทรัพย์ตามที่ระบุในพินัยกรรม

        ผู้เขียน(ผู้พิมพ์) และพยานในพินัยกรรม รวมทั้งคู่สมรสของผู้เขียนและพยานในพินัยกรรม จะเป็นผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมไม่ได้   ตัวอย่าง นายดำ ทำพินัยกรรมแบบธรรมดายกที่ดินให้แก่นายแดงซึ่งเป็นบุตรของตน   แต่นายแดงได้ลงชื่อเป็นพยานในพินัยกรรมนั้นด้วย   ในกรณีเช่นนี้นายแดงไม่มีสิทธิรับทรัพย์มรดกที่ดินแปลงนี้  และแม้ว่านายแดงไม่ได้เซ็นเป็นพยานแต่นางขาวซึ่งเป็นภรรยาของนายแดงเป็นคนเซ็นเป็นพยาน  นายแดงก็ไม่มีสิทธิรับทรัพย์ตามพินัยกรรมเช่นเดียวกัน  หรือถ้านายแดงเป็นคนเขียนหรือพิมพ์พินัยกรรมให้พ่อตัวเองเซ็น  นายแดงก็ไม่มีสิทธิรับทรัพย์ตามพินัยกรรมด้วย   สรุปง่าย ๆ  อย่าให้คนที่มีสิทธิรับมรดกตามพินัยกรรมรวมถึงคู่สมรสของเขาเป็นคนเขียนหรือเป็นพยานในพินัยกรรมนั้น   ปล่อยให้คนอื่นเขาจัดการกันไปตามลำพัง


การตั้งผู้จัดการมรดก

 กฎหมายไม่บังคับว่าในพินัยกรรมจะต้องตั้งผู้จัดการมรดกไว้ด้วย   จะตั้งก็ได้ไม่ตั้งก็ได้  และถ้าอยากจะตั้งผู้จัดการมรดก     จะตั้งให้ผู้รับมรดกตามพินัยกรรมนั้นเป็นผู้จัดการมรดกก็ได้
ไม่จำเป็นต้องตั้งคนอื่นแต่อย่างใด   เพราะการตั้งคนอื่นนั้นบางทีก็เป็นตัวก่อปัญหามากกว่าตั้งคนรับมรดกตามพินัยกรรมเสียอีก

การกำหนดตัวทรัพย์และจำนวนคนที่จะยกทรัพย์ให้

               การระบุตัวทรัพย์ที่จะให้จะระบุไว้มากน้อยเท่าใด   ก็ขึ้นอยู่กับความพอใจของคนทำพินัยกรรม   ทรัพย์บางอย่างจะไม่ระบุไว้เลยก็ได้  หากไม่ยกให้ใครโดยพินัยกรรม  ทรัพย์นั้นก็จะแบ่งกันระหว่างทายาทตามปกติ   ซึ่งคนที่มีสิทธิรับมรดกตามที่ระบุไว้ในพินัยกรรม  ก็ยังมีสิทธิรับมรดกในทรัพย์ที่ไม่ได้ระบุไว้ในพินัยกรรมได้ด้วย  หากเขาเป็นทายาทตามกฎหมายอยู่แล้ว   แต่ถ้าไม่อยากให้ได้ทรัพย์อื่นนอกจากที่ระบุไว้ในพินัยกรรม   ก็ให้เขียนไว้ให้ชัดว่าทรัพย์สินนอกจากที่ระบุไว้ในพินัยกรรมแล้ว  ไม่ให้ นาย/นาง ที่มีสิทธิรับมรดกตามพินัยกรรมนี้มีสิทธิรับมรดกในทรัพย์อื่นๆ อีก  
              
               ส่วนตัวบุคคลที่จะให้รับมรดกนั้นก็กำหนดได้ตามความพอใจ  จะให้ใครก็ได้จะให้มากน้อยแค่ไหนก็ได้   จะให้ใครได้ด้านหน้าหรือด้านหลังแปลงที่ดิน  หรือจะบอกให้ทำทางเข้าออกด้านไหนสำหรับทุกคนก็ได้  โดยบอกให้ละเอียด(จะแบ่งแยกออกเป็นทางเดินต่างหากแล้วให้เป็นทางสาธารณะ หรือแบ่งให้ติดเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินที่อยู่ด้านในก็เขียนบอกไว้ได้)


แบบพินัยกรรม

                ในการทำพินัยกรรม   ต้องทำตามแบบใดแบบหนึ่งตามที่กฎหมายกำหนดไว้  
มิฉะนั้นไม่ถือว่าเป็นพินัยกรรม   พินัยกรรมมีอยู่ 5 แบบคือ

                1. พินัยกรรมแบบธรรมดา (คือพินัยกรรมที่เขียนหรือพิมพ์และต้องมีพยานสองคน)

              2. พินัยกรรมแบบเขียนด้วยลายมือของผู้ทำพินัยกรรมทั้งฉบับ

                3. พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง (คือพินัยกรรมที่ไปทำกับนายอำเภอ)

              4. พินัยกรรมแบบเอกสารลับ (คือการทำพินัยกรรมแล้วใส่ซองปิดผนึกแล้วไปทำการบันทึกว่าเป็นพินัยกรรมของตนต่อนายอำเภอโดยไม่มีการเปิดเผยข้อความในพินัยกรรม)

              5. พินัยกรรมแบบทำด้วยวาจา ซึ่งการจะทำพินัยกรรมแบบนี้ได้  ต้องมีพฤติการณ์พิเศษ ที่ทำให้ไม่สามารถทำพินัยกรรมแบบอื่นๆ ได้  เช่น ตกอยู่ในอันตรายใกล้ความตาย มีโรคระบาด หรือมีการทำสงครามกันอยู่

                  สำหรับพินัยกรรมที่คนสัญชาติไทยทำในต่างประเทศนั้น  จะทำตามแบบพินัยกรรมของประเทศไทยหรือของประเทศที่อยู่ในขณะที่ทำพินัยกรรมนั้นก็ได้

                 แม้ว่าแบบของพินัยกรรมจะมีหลายแบบ  แต่ในที่นี้จะแนะนำให้เลือกทำแบบใดแบบหนึ่งในสามแบบแรก    เพราะทำได้อย่างง่ายดาย  ปกติไม่จำเป็นต้องทำตามแบบอื่น ๆ เลย (มีข้อเท็จจริงว่าในทุกวันนี้พินัยกรรมที่คนไทยนำมาจดทะเบียนโอนมรดกที่ดินนั้น 99 เปอร์เซ็นต์(อาจจะบอกได้ว่า 99.99 เปอร์เซ็นต์)  ทำตามแบบใดแบบหนึ่งในสามแบบนี้  

 พินัยกรรมแบบธรรมดา

หลักเกณฑ์การทำ

1. การทำพินัยกรรมแบบนี้ จะทำโดยใช้วิธีเขียนหรือพิมพ์ก็ได้ หากใช้วิธีเขียนก็ต้องเขียนทั้งฉบับ หากใช้วิธีพิมพ์ก็ต้องพิมพ์ทั้งฉบับ  เพราะถ้ามีทั้งเขียนและพิมพ์จะมีการกล่าวอ้างว่ามีการปลอมแปลงในภายหลังได้   และการใช้เครื่องพิมพ์หรือปากกาก็ควรใช้เครื่องเดียวหรือด้ามเดียวกัน  และถ้าเป็นการเขียนก็ต้องคนเดียวกันเขียนทั้งหมด  เพื่อป้องกันการกล่าวอ้างว่ามีการปลอมแปลงในภายหลัง (แต่ถ้าเป็นกรณีที่มีการแก้ไข  ตกเติม หรือเพิ่มเติมแก้ไขภายหลังที่ทำพินัยกรรมเสร็จสิ้นสมบูรณ์ไปแล้ว  สามารถใช้เครื่องอื่นหรือคนอื่นเขียนได้   เพราะต้องมีการเซ็นชื่อกำกับโดยคนทำพินัยกรรมและพยานในส่วนที่ทำใหม่ให้ถูกต้อง  หากไม่ทำเช่นนั้นส่วนที่แก้ไขใหม่จะใช้ไม่ได้อยู่แล้ว)

2. ต้องลงวัน เดือน ปี ในขณะที่ทำ  ถ้าขาดไปก็ไม่เป็นพินัยกรรม

3. ผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน(ถ้าพยานไม่อยู่พร้อมกัน  ไม่เห็นคนอื่นเซ็นต่อหน้า   ถือว่าไม่มีผลเป็นพินัยกรรม  พยานที่เซ็นก่อนจึงต้องรอดูจนกว่าพยานอีกคนจะเซ็นเสร็จ  สรุปคือพยานจะต้องดูการเซ็นของผู้ทำพินัยกรรมและพยานอีกคนหนึ่งด้วยเสมอ     กรณีแบบนี้หากโดนทนายซักหากพยานหลงๆ ลืมๆ  บอกไม่ได้อยู่ดูอีกคนเซ็นก็เท่ากับแพ้คดีแน่ๆ เพราะไม่มีผลเป็นพินัยกรรมแล้ว)  คนทำพินัยกรรมจะลงลายมือชื่อหรือพิมพ์นิ้วมือก็ได้  (แต่จะใช้ตราประทับแทนการลงชื่อหรือเครื่องหมายแกงได(พวกเครื่องหมายเช่นกากบาด)ไม่ได้  และพยานที่จะลงลายมือชื่อในพินัยกรรมจะพิมพ์ลายนิ้วมือหรือใช้ตราประทับ หรือลงแกงได หรือลงเครื่องหมายอย่างอื่นแทนการลงชื่อก็ไม่ได้เช่นกัน  จะต้องลงลายมือชื่ออย่างเดียว

4. การขูด ลบ ตกเติม หรือการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างอื่น  ในพินัยกรรมนั้นไม่มีผล   เว้นแต่ในขณะที่ขูด ลบ ตกเติม หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงนั้น ได้ลงวัน เดือน ปี และผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อ หรือพิมพ์นิ้วมือต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน และพยานอย่างน้อยสองคนนั้นต้องลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมในขณะนั้นด้วย

ตัวอย่างพินัยกรรมแบบธรรมดา (แบบที่หนึ่ง)

                                                  พินัยกรรม

ทำที่……………………………………………
วันที่……………เดือน………………………….พ.ศ….
ข้าพเจ้า………………………………………………….อายุ…………ปี อยู่บ้านเลขที่ ………………หมู่ที่……….. ถนน…………………………………….ตำบล/แขวง…………………………………….อำเภอ/เขต……………………………. จังหวัด……………………..………….ได้ทำพินัยกรรมฉบับนี้ขึ้นไว้เพื่อแสดงเจตนาว่า เมื่อข้าพเจ้าถึงแก่กรรมแล้ว   ให้ทรัพย์สินของข้าพเจ้าทั้งหมดที่มีอยู่ในปัจจุบันและที่จะมีขึ้นในอนาคตตกได้แก่นาย/นาง………………………….……. แต่ผู้เดียว

ลงชื่อ…………………………………………ผู้ทำพินัยกรรม
   (นาย/นาง....................................)

      (หมายเหตุ -  ถ้าเซ็นชื่อไม่ได้ให้พิมพ์ลายพิมพ์นิ้วแทนโดยเขียนว่า ลายพิมพ์นิ้วหัวแม่มือซ้ายหรือขวาของนาย/นาง ………………………………………..ไว้ด้วย)

ข้าพเจ้าผู้มีนามข้างท้ายนี้ขอรับรองว่า นาย/นาง.....................................ผู้ทำพินัยกรรมฉบับนี้ได้ลงชื่อ (พิมพ์นิ้วมือ)ต่อหน้าข้าพเจ้า และได้สังเกตเห็นว่าผู้ทำพินัยกรรมมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ ข้าพเจ้าจึงได้ลงลายมือชื่อเป็นพยานไว้ในพินัยกรรม

ลงชื่อ………………………………………พยาน
          (………………….…………………)
ลงชื่อ……………………………………..พยาน
           (………………………………)
ลงชื่อ...........................................................ผู้เขียน/พิมพ์
          (..................................................)

หมายเหตุ - ถ้าหากคนเขียนทำหน้าที่เป็นพยานด้วยก็เขียนว่า   “พยานและผู้เขียน”
แต่ถ้าไม่ได้ทำหน้าที่เป็นพยานด้วยก็ใส่ว่า “ผู้เขียน” หรือ”ผู้พิมพ์” แล้วแต่กรณี  แต่เพียงอย่างเดียว

ตัวอย่างพินัยกรรมแบบธรรมดา (ตัวอย่างที่สอง)

                                              พินัยกรรม

ทำที่…………………………………………..
วันที่……………เดือน………………………….พ.ศ. …………..
ข้าพเจ้า……………………………………………………อายุ………….ปี
อยู่บ้านเลขที่……………หมู่ที่……….. ถนน………………………………………ตำบล/แขวง…………………………………อำเภอ/เขต……………..……………….. จังหวัด……………………………………….ได้ทำพินัยกรรมฉบับนี้ขึ้นไว้เพื่อแสดงเจตนาว่า เมื่อข้าพเจ้าถึงแก่กรรมแล้ว   ให้แบ่งทรัพย์สินของข้าพเจ้าทั้งหมด ทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบัน และที่จะมีขึ้นในอนาคตให้แก่บุคคลที่มีชื่อต่อไปนี้ คนละเท่าๆ กันคือ
1. ……………………………………………………………………………
2. ……………………………………………………………………………
3. ……………………………………………………………………………
4. ……………………………………………………………………………
และแต่งตั้งให้นาย/นาง…………………………………เป็นผู้จัดการมรดกของข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าได้อ่านข้อความในพินัยกรรมแล้ว  เห็นว่าพินัยกรรมฉบับนี้มีข้อความถูกต้องตรงตามเจตนาของข้าพเจ้าแล้ว  จึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญต่อหน้าพยาน

                                ลงชื่อ…………………………………………ผู้ทำพินัยกรรม
                                       (.................................................................)
          (หรือพิมพ์ลายพิมพ์แทนกรณีเซ็นไม่ได้โดยให้บอกว่าเป็นลายนิ้วหัวแม่มือมือซ้ายหรือขวา             ของ นาย/นาง…………………...........................................ผู้ทำพินัยกรรม.)

  ข้าพเจ้าผู้มีนามข้างท้ายนี้ขอรับรองว่า………………………………………ผู้ทำพินัยกรรมฉบับนี้ได้ลงชื่อ (พิมพ์ลายนิ้วมือ) ในพินัยกรรมต่อหน้าข้าพเจ้า  และได้สังเกตเห็นว่าผู้ทำพินัยกรรมมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์    ข้าพเจ้าจึงได้ลงลายมือชื่อเป็นพยานไว้ในพินัยกรรม

                      ลงชื่อ……………………………………..พยาน
                              (…………………………………….)
                  ลงชื่อ……………………………………..พยานและผู้เขียน
                           (…………………………………….)

หมายเหตุ - ถ้าหากคนเขียนทำหน้าที่เป็นพยานด้วยก็เขียนว่า   “พยานและผู้เขียน”
แต่ถ้าไม่ได้ทำหน้าที่เป็นพยานด้วยก็ใส่ว่า “ผู้เขียน” หรือ”ผู้พิมพ์” แล้วแต่กรณีแต่เพียงอย่างเดียว

ตัวอย่างพินัยกรรมแบบธรรมดา (ตัวอย่างที่3)

                                                       พินัยกรรม

ทำที่………………………………………….
วันที่…………เดือน……………………………พ.ศ…………
ข้าพเจ้า…………………………………………………….อายุ…………ปี อยู่บ้านเลขที่………
หมู่ที่……..ถนน………………………………….. ตำบล/แขวง……………………………..…..อำเภอ/เขต…………………..……………จังหวัด………………………………………..ได้ทำพินัยกรรมฉบับนี้ขึ้นไว้เพื่อแสดงเจตนาว่า เมื่อข้าพเจ้าถึงแก่กรรมให้แบ่งทรัพย์สินต่างๆ ของข้าพเจ้าให้บุคคลดังต่อไปนี้

1.โฉนดเลขที่…………………… เลขที่ดิน………   หน้าสำรวจ.......................
ตำบล.....................................อำเภอ................................. จังหวัด..................................พร้อมสิ่งปลูกสร้าง………………………….ขอมอบให้แก่……………………………………….

2. เงินสดจำนวน…………………………..บาท ซึ่งฝากไว้ที่ธนาคาร………………………………………………..สาขา…………………………………………..……. ตามสมุดเงินฝากประเภท……………………………………… หมายเลขบัญชี………………………………………. มอบให้แก่……………………………………………………….
3. เครื่องเพชร พลอย ทอง นาค เงิน (ทั้งหมดหรือบางส่วนระบุให้ชัด) ขอมอบให้แก่…………………………………….…………………
4. ทรัพย์สินของข้าพเจ้านอกจากที่ระบุตามข้อ 1, 2, 3 นี้แล้ว ขอมอบให้แก่………………………………..…………………………………………………………
5. รถยนต์หมายเลขทะเบียน...........................ขอมอบให้.........................................
6. ปืนหมายเลขทะเบียน.................................ขอมอบให้......................
7. ขอตั้งให้นาย/นาง……………………………………… เป็นผู้จัดการมรดกของข้าพเจ้า
เพื่อจัดการแบ่งปันทรัพย์มรดกให้เป็นไปตามเจตนาของข้าพเจ้า

พินัยกรรมฉบับนี้ทำขึ้นเป็นจำนวน 2 ฉบับ ทุกฉบับมีข้อความตรงกัน  มอบไว้แก่นาย/นาง........................................หนึ่งฉบับ  และเก็บไว้ที่ข้าพเจ้าอีกหนึ่งฉบับ   ข้าพเจ้าได้อ่านข้อความทั้งหมดแล้วเห็นว่ามีข้อความถูกต้องตรงตามเจตนาของข้าพเจ้าแล้ว   จึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญต่อหน้าพยานและพยานทั้งสอง(หรือสาม)ได้ลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าข้าพเจ้า

                                   ลงชื่อ…………………………………………ผู้ทำพินัยกรรม
                                       (………………………………………….)
                                   ลงชื่อ…………………………………………..พยาน
                                         (………………………………………….)
                                   ลงชื่อ……………………………………..พยานและผู้เขียน
                                         (……………………………………..)

                   ข้าพเจ้านายแพทย์………………………..แพทย์ประจำโรงพยาบาล……………………… ขอรับรองว่าในขณะที่ทำพินัยกรรมนี้………………………………………………..ผู้ทำพินัยกรรมมีสติ สัมปชัญญะสมบูรณ์ จึงลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญ

ลงชื่อ……………………………นายแพทย์และพยาน
             (……………………………)






 พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ

   หลักเกณฑ์การทำ

1. ต้องทำเป็นเอกสาร คือ ทำเป็นหนังสือ โดยจะใช้ภาษาไทยหรือภาษาต่างประเทศก็ได้
2. ผู้ทำพินัยกรรมต้องเขียนด้วยลายมือของตนเองทั้งฉบับจะพิมพ์ไม่ได้ เพราะฉะนั้นผู้เขียนหนังสือไม่ได้ไม่สามารถจะทำพินัยกรรมแบบนี้ได้   พินัยกรรมแบบนี้จะมีพยานหรือไม่มีก็ได้ เพราะกฎหมายไม่ได้ห้ามไว้
3. ต้องลงวัน เดือน ปี ในขณะที่ทำลงเพื่อพิสูจน์ความสามารถ และการทำก่อนหลังฉบับอื่น
4. ต้องลงลายมือชื่อผู้ทำพินัยกรรม จะใช้ลายพิมพ์นิ้วมือ หรือแกงได หรือเครื่องหมายอย่างอื่นไม่ได้
5. การขูด ลบ ตก เติม หรือการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ซึ่งพินัยกรรมนั้นย่อมไม่สมบูรณ์ เว้นแต่ผู้ทำพินัยกรรมจะได้ทำด้วยมือตนเอง และลงลายมือชื่อกำกับไว้
การขูด ลบ ตก เติม หรือการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ที่มิได้ทำด้วยตนเอง หรือลงลายมือชื่อกำกับไว้ส่วนที่แก้ไขใหม่เท่านั้นที่ไม่สมบูรณ์ ส่วนข้อความเดิมหรือพินัยกรรมยังคงใช้บังคับได้ตามเดิม ไม่ทำให้โมฆะทั้งฉบับ

                                       ตัวอย่าง

พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ (แบบที่หนึ่ง)

                                    พินัยกรรม

ทำที่……………………………….
วันที่…………เดือน……………………พ.ศ. …………
ข้าพเจ้า………………………………..……… อายุ…….…ปี อยู่บ้านเลขที่…….…….. หมู่ที่……….. ถนน…………………………….ตำบล/แขวง…………………………..อำเภอ/เขต…………………………………… จังหวัด…………………………………. ได้ทำพินัยกรรมฉบับนี้ขึ้นไว้ เพื่อแสดงเจตนาว่า เมื่อข้าพเจ้าถึงแก่กรรมแล้ว   ให้ทรัพย์สินของข้าพเจ้าทั้งหมด ทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบันและที่จะมีขึ้นในอนาคตตกได้แก่…………………………… ………..แต่ผู้เดียว
พินัยกรรมนี้ ข้าพเจ้าเขียนด้วยลายมือของข้าพเจ้าทั้งฉบับ  . ขณะทำพินัยกรรมข้าพเจ้ามีสติสัมปชัญญะปกติ  ข้าพเจ้าได้อ่านและเข้าใจข้อความโดยตลอดแล้ว

ลงชื่อ…………………………………………ผู้ทำพินัยกรรม
        (ลงชื่อ.......................................................)


พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ (ตัวอย่างที่สอง)

                                             พินัยกรรม

ทำที่……………………………………..
วันที่…………. เดือน…………………..พ.ศ. ………….
ข้าพเจ้า………………………………………อายุ………….ปี อยู่บ้านเลขที่……………หมู่ที่………. ถนน…………..….……..…..… ตำบล/แขวง……………………………..อำเภอ/เขต…………………………… ได้ทำพินัยกรรมฉบับนี้ขึ้นไว้เพื่อแสดงเจตนาว่า เมื่อข้าพเจ้าถึงแก่กรรมแล้ว  ให้แบ่งทรัพย์สินของข้าพเจ้าทั้งหมด ทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบัน และที่จะมีขึ้นในอนาคตให้แก่บุคคลที่มีชื่อต่อไปนี้ คนละเท่า ๆ กันคือ
1.   ………………………………………………………..
2. ………………………………………………………..
3. ………………………………………………………..
4. ………………………………………………………..
……………………………………………………………
……………………………………………………………
พินัยกรรมนี้ ข้าพเจ้าเขียนด้วยลายมือของข้าพเจ้าทั้งฉบับ ได้ทำไว้ 2 ฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกันทุกประการ ฉบับหนึ่งเก็บไว้ที่…………….………….………. อีกฉบับหนึ่งเก็บไว้ที่……………..……………….ขณะทำพินัยกรรมข้าพเจ้ามีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์
ข้าพเจ้าได้อ่านและเข้าใจข้อความโดยตลอดแล้ว

                                ลงชื่อ…………………………….……ผู้ทำพินัยกรรม
                                        (......................................................)

พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ (ตัวอย่างที่สาม)

                                                                พินัยกรรม

ทำที่…………………………………….
วันที่………….เดือน……………………พ.ศ. …………
ข้าพเจ้า……………………..………………อายุ………..ปี อยู่บ้านเลขที่……………หมู่ที่……….. ถนน…………………………….. ตำบล/แขวง…………………..อำเภอ/เขต……………………… จังหวัด…………………………… ได้ทำพินัยกรรมฉบับนี้ขึ้นไว้เพื่อแสดงว่า เมื่อข้าพเจ้าถึงแก่กรรมแล้ว  ให้แบ่งทรัพย์สินต่าง ๆ ของข้าพเจ้าให้บุคคลดังต่อไปนี้
1. ที่ดินโฉนดเลขที่……………….…อยู่ที่ตำบล………….…………..อำเภอ………………………….จังหวัด……………………………ขอมอบให้แก่……………………………………………………………………
2. ที่ดินโฉนดเลขที่………………………พร้อมสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ที่ตำบล……………………………… อำเภอ……………………………จังหวัด……………………………ขอมอบให้แก่……………………………………….
3. เงินซึ่งฝากไว้ที่ธนาคาร ………………………………. สาขา…………………………………….ตามสมุดเงินฝากประเภท………………………………หมายเลขบัญชี………………………………………….
ขอมอบให้แก่……………………………………………………….
4. เงินสดจำนวน……………………………..บาท ซึ่งฝากไว้ที่ธนาคาร…………………… สาขา…………………………………….ตามสมุดเงินฝากประเภท………………………………หมายเลขบัญชี………………………………………….ขอมอบให้แก่……………………………………………………….
5. เครื่องเพชร พลอย ทอง นาค เงิน (ทั้งหมดหรือบางส่วน) ขอมอบให้แก่…………………………………………………………………………………………………
6. ทรัพย์สินของข้าพเจ้านอกจากที่ระบุตามข้อ 1,2,3,4,5 นี้แล้วขอมอบให้แก่…………….…………………………………………………………………………………
7. ขอให้………………………………………….เป็นผู้จัดการศพข้าพเจ้า โดยให้หักเงินค่าทำศพไว้จากทรัพย์สินในข้อ 6 จำนวน………………………….บาท มอบให้ผู้จัดการศพข้าพเจ้า
8. ขอตั้งให้นาย/นาง…………………………………….เป็นผู้จัดการมรดกของข้าพเจ้า
พินัยกรรมนี้ ข้าพเจ้าเขียนด้วยลายมือของข้าพเจ้าทั้งฉบับ ได้ทำไว้ 2 ฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกันทุกประการ ฉบับหนึ่งเก็บไว้ที่………………………………..อีกฉบับหนึ่งเก็บไว้ที่………………………………
ขณะทำพินัยกรรมข้าพเจ้ามีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์  ข้าพเจ้าได้อ่านและเข้าใจข้อความโดยตลอดแล้ว

                            ลงชื่อ………………………………….ผู้ทำพินัยกรรม
                                   (......................................................)



3 พินัยกรรมทำเป็นเอกสารฝ่ายเมือง(ต้องไปทำต่อหน้านายอำเภอ)

การขอทำพินัยกรรมเป็นเอกสารฝ่ายเมือง ผู้ร้องสามารถยื่นคำร้องขอให้นายอำเภอ อำเภอใดก็ได้ ดำเนินการให้ตามความประสงค์ ดังนี้

1. ผู้ทำพินัยกรรม แจ้งข้อความที่ตนประสงค์จะให้ใส่ไว้ในพินัยกรรมของตนต่อนายอำเภอและ
ต่อหน้าพยานอีกอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน
2. นายอำเภอจะจดข้อความที่ผู้ทำพินัยกรรมแจ้งให้ทราบแล้วนั้นลงไว้ และอ่านข้อความนั้น ให้ผู้ทำพินัยกรรมและพยานฟัง
3. เมื่อผู้ทำพินัยกรรมและพยานทราบแน่ชัดว่า ข้อความที่นายอำเภอจดนั้นเป็นการถูกต้องตรงกันกับที่ผู้ทำพินัยกรรมแจ้งไว้แล้ว ให้ผู้ทำพินัยกรรมและพยานลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญ
4. นายอำเภอลงลายมือชื่อ และลงวัน เดือน ปี จดลงไว้ด้วยตนเองเป็นสำคัญว่า พินัยกรรมนั้นได้ทำถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่ระบุไว้ข้างต้น แล้วประทับตราตำแหน่งไว้เป็นสำคัญ

- การทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง ไม่จำเป็นต้องทำในที่ว่าการอำเภอหรือกิ่งอำเภอเสมอไป ถ้าผู้ทำร้องขอจะทำนอกที่ว่าการอำเภอหรือกิ่งอำเภอก็ได้ เมื่อทำพินัยกรรมเสร็จแล้ว ถ้าผู้ทำพินัยกรรมไม่มีความประสงค์จะขอรับเอาไปเก็บรักษาเองโดยทันทีแล้ว ให้เป็นหน้าที่ของนายอำเภอจัดเก็บรักษาพินัยกรรมนั้นไว้ ณ ที่ว่าการอำเภอ หรือกิ่งอำเภอก็ได้ (การทำพินัยกรรมแบบนี้ถ้าคนทำพินัยกรรมจะทำเป็นคู่ฉบับก็ทำได้เพื่อจะได้มีหลักฐานอีกฉบับหนึ่ง)

- เมื่อความปรากฏว่า ผู้ทำพินัยกรรมถึงแก่ความตายแล้ว ผู้จัดการมรดก หรือผู้ได้รับทรัพย์มรดกโดยพินัยกรรม หรือโดยสิทธิโดยธรรมเป็นจำนวนมากที่สุด หรือผู้ซึ่งทำพินัยกรรมให้ จะขอรับพินัยกรรมไปไว้ โดยแสดงหลักฐานการตายของผู้ทำพินัยกรรม เมื่อสอบสวนเป็นที่พอใจแล้ว ให้นายอำเภอมอบพินัยกรรมนั้นให้ไป

            เนื่องจากพินัยกรรมแบบนี้ทางอำเภอเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดทำให้  จึงไม่ต้องห่วงเรื่องแบบ  ทางอำเภอจะจัดทำถูกต้องตามกฎหมายแน่นอน  จึงไม่ต้องแสดงตัวอย่างไว้ในที่นี้

ค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการทำพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมือง

1. ทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองในที่ว่าการอำเภอ กิ่งอำเภอ หรือเขต ฉบับละ 50 บาท ถ้าทำเป็นคู่ฉบับ ฉบับละ 10 บาท
2. ทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองนอกที่ว่าการอำเภอ กิ่งอำเภอ หรือเขต ฉบับละ 100 บาท ถ้าทำเป็นคู่ฉบับ ฉบับละ 20 บาท
3. ทำพินัยกรรมแบบเอกสารลับ ฉบับละ 20 บาท
4. ทำหนังสือตัดทายาทหรือถอนการตัดทายาทโดยธรรม มิให้ได้รับมรดก ฉบับละ 20 บาท หรือสละมรดก
5. ค่ารับมอบเก็บรักษาเอกสารที่ระบุไว้ใน (4) ฉบับละ 20 บาท
6. ค่าคัดและรับรองสำเนาพินัยกรรมหรือเอกสารที่ระบุไว้ใน (4) ฉบับละ 10 บาท
7. ค่าป่วยการพยานและล่าม ให้ได้แก่พยานและล่ามเฉพาะที่ทางอำเภอจัดหาให้
โดยพิจารณาจ่ายตามรายได้และฐานะของพยานและล่าม ซึ่งสมควรได้รับ
ค่าป่วยการในการมาอำเภอ ไม่เกินวันละ 50 บาท


« Last Edit: June 19, 2011, 12:41:40 am by wasan_k » Logged
Pages: [1]   Go Up
  Print  
 
Jump to:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
Page created in 4.498 seconds with 19 queries.