Nok Noi Vol.18 July- Dec 2011
Nok Noi Archive
After one year experiencing God
ข่าวสั่นและข่าวสั้น
บราเดอร์ธาเด (ลุงวรสาร) ภาค
Bro Provincial's letter
รวมมิตร

บราเดอร์ธาเด (ลุงวรสาร) ภาค 2

โดยมานะ พันธุมจินดา

 

เมื่อเอ่ยถึง บ.ธาเด ชายวัย 90 หลายคนก็ย่อมนึกถึงสภาพของชายแก่วัยริมตลิ่ง (ใกล้ฝั่ง) ทั่ว ๆ ไป อาจจะยังไม่ถึงกับต้องป้อนข้าวป้อนน้ำ แต่ความเอนเอียงที่จะสรุปว่าเป็นคนหมดสภาพแล้วนั้น มีสูงยิ่ง

 

วันที่ 6 มีนาคม 2554 ที่ระยอง ทุกคนได้เห็น บ.ธาเด เดินขึ้นลงบันได 3 ชั้นได้อย่างหน้าตาเฉย ไม่มีอาการเหน็ดเหนื่อยแต่อย่างใด มาวันที่ 24 กรกฎาคม 2554 วันร่วมสังสรรค์ประจำปี บ. ธาเด ก็ต้องเดินขึ้นลงบันไดอีกตั้งหลายครั้ง ก็ยังหน้าตาเฉยเหมือนเดิม ผมเสียอีก อายุแค่ 63 พาคุณวิมลขึ้นบันไดจากห้องอาหารไปชั้น 3 พอนั่งลงปั๊บ ผมก็ถูกแซวทันที "เฮ้ย เดินแค่นี้ ยูก็เหนื่อยแล้วเหรอวะ?" ผมก็
จำใจต้องตอบว่าผมมันคนใจใหญ่ (หัวใจโต) คุณวิมลก็เลยร่ายยาวเรื่องวิชาตัวเบาให้ฟังซะหนึ่งยก ตามตำราที่ตัวเองปฏิบัติอยู่

 

ปัจจุบัน จะเรียกว่า บ. ธาเด อาศัยอยู่กับผู้มีพระคุณ มีคนดูแล เลี้ยงดูตามอัตภาพ ก็น่าจะพอใจ หายห่วงได้ น่าจะปล่อยให้อยู่ต่อไปอย่างนี้ดีกว่า แต่พวกเราอาจจะเปลี่ยนความคิด ถ้าได้ไปเห็นสภาพของห้องพื้นปูน มีของทั้งแขวนทั้งกองอยู่เต็มไปหมด มีเตียงเล็ก ๆ ตรงมุมห้อง พร้อมกับโคมไฟดวงน้อย ๆ หน้าต่างไม่มี ประตูต้องเปิดตลอด พูดง่าย ๆ ก็คือ เจ้าของบ้านเปิดห้องเก็บของเดิมให้เป็นที่อยู่หลับนอน กินข้าวกับพื้นปูนนอกห้องนอน มีก๊อกน้ำเล็ก ๆ สำหรับล้างภาชนะใส่อาหาร และก็คงใช้อาบน้ำและซักผ้าด้วย แต่ก็คงไม่ค่อยได้ซัก เพราะเห็นเสื้อผ้าที่ใส่แต่ละชิ้น ดูจะห่างเหินจากน้ำมานานพอสมควรแล้ว ซึ่งก็ต้องขอบคุณพระเจ้าที่ช่วย บ.ธาเด ไม่ให้มีกลิ่นตัวหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ใด ๆ

 

ทุกครั้งที่พบ บ.ธาเด ผมวนเวียนอยู่กับคำถามเดียว "ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของ บ. ธาเด มันอยู่ตรงไหน? นี่หรือลูกพระ ที่เคยเสียสละบวชเพื่อทำงานให้พระเจ้า เป็นชาวต่างชาติ (มิชันนารี) ที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยก็ว่าได้ แล้วทำไมสภาพปัจจุบันมันจึงตกต่ำขนาดนี้ หรือพระมีแผนการณ์ที่จะเล่นตลกอะไรให้เราดูอีกหรือ ครั้งแรกที่เห็น แฟนผม (คนพุทธ) ยังถามผมเลย "บ้านเรามีห้องว่าง ทำไมไม่พาแกไปอยู่ด้วยล่ะ?" ทั้งนี้ก็เพราะทนดูสภาพไม่ได้ตั้งแต่แรกพบเลย ไล่ถามใหญ่ว่า บ.ธาเด เป็นใคร มาจากไหน แล้วทำไมมาอยู่ในสภาพนี้ ผมก็อ้อมแอ้มตอบไปเท่าที่จะตอบได้

 

เคยมีการปรึกษาหารือกันในวงเล็ก ๆ ว่า จะช่วย บ.ธาเด ได้อย่างไร แต่เนื่องจาก งานนี้ไม่ใช่งานที่ใครจะออกแรงช่วยโดยลำพังได้ ต้องมีหลายฝ่ายร่วมกัน ความคิดเห็นก็เลยไปกันคนละทิศคนละทาง ยังหาข้อสรุปอะไรไม่ได้ แต่ทุกครั้งที่ผมเจอ บ.ธาเด ก็จะได้ยินคำพูดว่า ยังอยากที่จะทำงานสังคมสงเคราะห์ เพื่อช่วยให้คนมีงานทำ อยากสอนให้เขาปลูกผักปลูกหญ้า เพื่อเอาไว้เก็บกิน ฯลฯ โดยส่วนตัว ผมก็คิดว่า บ.ธาเด ยังมีไฟ และสังขารก็ยังไม่ร่วงโรยจนเกินไป ถ้าได้รับการสนับสนุนที่ดีและช่วย ๆ กันดูแลโดยพวกเรา ให้เรามาช่วยกันทำฝันสุดท้ายของ บ.ธาเด ให้เป็นจริงกันดีกว่า มันจะไปได้อีกสักกี่น้ำ ก็อย่าเพิ่งไปนึกถึงมันเลย ถ้ามันเป็นน้ำพระทัยของพระ เดี๋ยวมันก็มีคนสานต่อเองแหละ มันดีกว่าปล่อยให้แกใช้ชีวิตไปเรื่อย ๆ รอความตายอย่างไร้ศักดิ์ศรีตามที่เห็น ๆ กันอยู่........ เราจะปล่อยให้พี่ชายคนโตของเราจบชีวิตในสภาพอย่างนี่หรือ???

 

วันที่ 24 กรกฎาคม 2554 จึงเป็นวันที่ผมตั้งใจอย่างที่สุด ที่จะพา บ.ธาเด มาให้พวกเราได้พบ ได้รู้จัก ได้แสดงความเคารพในฐานะศิษย์ผู้พี่ ได้พูดคุย ได้สังสรรค์ด้วย แล้วมาช่วยกันสรุปว่าจะทำอย่างไรกันต่อไปได้บ้าง

 

ขอบคุณน้องเสรีที่อุตส่าห์เสียสละเวลาไปรับ บ.ธาเด ถึงพัทยา มาร่วมสังสรรค์กับพวกเรา และขอบคุณจำรูญ ที่พากลับไปส่ง และขอบคุณคุณวิมลที่ประกาศยินดีให้การสนับสนุนทุกอย่างสำหรับความช่วยเหลือใด ๆ ที่จะมีขึ้นเพื่อ บ.ธาเด ขอบคุณทุกท่านที่ได้ร่วมปรึกษาหารือกันอย่างจริง ๆ จัง ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ใครได้รับมอบหมายให้ช่วยไปทำอะไรในเบื้องต้น ก็ขอได้โปรดให้ความร่วมมือโดยพลัน โดยเฉพาะเฮียเพ้ง ผู้น่ารักของพวกเรา แล้วเราจะมาสรุปร่วมกันอีกครั้งหนึ่งว่าจะ เดินไปในทิศทางใด

July 25, 2011


Launched Montfortian.com @ Jan 20,2010 : 9:19 PM | Best view IE 7 and up, Safari, Google Chrome
Copyright © by Montfortian Associates Group 3 | www.Monfortian.com | All right reserved.
Design by Wholeinone Creative Company Limited