Nok Noi Vol.18 July- Dec 2011
Nok Noi Archive
After one year experiencing God
ข่าวสั่นและข่าวสั้น
บราเดอร์ธาเด (ลุงวรสาร) ภาค
Bro Provincial's letter
รวมมิตร

ข่าวสั่นและข่าวสั้น

                  ไกร พงษ์พูล

ผู้เขียนได้หยุดส่งข่าวเรื่องศาสนาแก่กลุ่มเพื่อนมงฟอร์ตเป็นเวลานาน คงเป็นเพราะภรรยาป่วยอยู่โรงพยาบาลหลายเดือน ประกอบกับสถานการณ์น้ำ้ท่วมด้วย....

เวลานี้ที่ประเทศออสเตรียมีเรื่องที่สำคัญและกำลังดังไปทั่วทวีปยุโรปและอเมริกาเกี่ยวกับพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ก็คือการที่มีกลุ่มพระสงฆ์ที่มีชื่อกลุ่มว่า   Priests' Initiative ประมาณ ๔๐๐ คนได้ก่อตัวมานานระยะหนึ่งแล้ว รวมตัวกันประกาศเป็นทางการว่าจะไม่นบนอบต่อคำสั่งบางเรื่องที่พระศาสนจักรได้วางไว้ โดยเรียกร้องให้
๑.พระสงค์มีอิสระที่จะไม่ถือโสดได้
๒.ให้ผู้ที่อย่ากันหรือผู้ที่แต่งงานใหม่ รับศีลมหาสนิทได้
๓.ฆราวาสมีบทบาทในพระศาสนจักรมากขึ้น
 
พระสงฆ์กลุ่มนี้ประกาศว่าพวกเขาไม่ได้ไม่นบนอบกฎทุกอย่างของพระศาสนจักร แต่
จะนบนอบเป็นขั้นไป คือ
 ๑.นบนอบต่อพระเจ้า
 ๒.นบนอบต่อมโนธรรมของตน
 ๓.นบนอบต่อพระศาสนจักร
ผู้นำกลุ่มนี้ชื่อว่า Mgr Helmut Schuller เทียบได้กับสังฆราช
 
พระคาร์ดินัลที่ดูแลเรื่องนี้มีชื่อว่า Christoph Schonborn มีปัญหาหนักอก กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เป็นตัวกลางระหว่างวาติกันกับกลุ่มพระสงฆ์ ใช้ทั้งไม้นวมและไม้แข็งเข้าแก้ปัญหา ทางฝ่ายวาติกันก็พยายามยื้อเรื่องเอาไว้ให้นานที่สุด แต่ก็มีปัญหาตามมาคือ
เรื่องมันแพร่ไปยังประเทศอื่นเช่นไอแลนด์และอเมริกา
 
ประเทศไอร์แลนด์มีกลุ่มพระสงฆ์ชื่อว่า Association of Catholic Priests
(ACP) รวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ประมาณ 500คน เรียกร้อง
 ๑.คุ้มครองผู้เยาว์ ผู้เป็นเหยื่อถูกลวนลาม และพระสงฆ์ที่บริสุทธิ์
 ๒.พระสงฆ์ สตรีและความเสมอภาพของสตรีในพระศาสนจักร
 ๓.จัดประชุมสังคายนาวาติกันครั้งที่ ๓
 
เรื่องพระสงฆ์/นักบวชลวนลามเด็กนั้นนึกว่าจะเบาบางลงไป กลับกลายเป็นยิ่งทียิ่งเข้มข้นขึ้น วารสาร The Tablet แต่ละฉบับลงเรื่องนี้ถึง ๓-๔ เรื่อง
                                         ............................................

ณ เวลานี้ผู้เขียนมาพักอยู่ในแดนศรีราชา แดนแห่งโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา และเป็นแดนของเพื่อนสมาชิกนักบุญมองต์ฟอร์ตหลายคน ผู้เขียนเองเคยเป็นนักเรียนกินนอนที่โรงเรียนนี้ ๔ ปีเมื่อ ๖๕ ปีมาแล้ว เป็นรุ่นแรก

 

เหตุผลที่ต้องมาอยู่ที่ศรีราชา เพราะพาคนไข้ซึ่งเป็นภรรยาของผู้เขียนหนีน้ำท่วมมาเข้าอยู่โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีราชา เมื่อออกจาก ร.พ แล้วก็ยังกลับบ้านไม่ได้เพราะน้ำยังท่วมบ้านอยู่ จึงต้องมาเช่าบ้านอยู่เหนือ ร.ร อสช ประมาณ ๓ กม ซึ่งเมื่อ ๖๕ ปีก่อน บริเวณหมู่บ้านที่เช่าอยู่นี้เป็นป่าคงดิบทึบ ขนาดแสงอาทิตย์แทบจะลอดลงไปไม่ได้ เต็มไปด้วยสัตว์ป่าดุร้าย สิงห์เสือกระทิง(แรดไม่มี) เก้งกวางไม่ต้องพูดถึงเพราะสนามหญ้าหน้าโรงนอนเด็กตอนเช้าๆก็มีเก้งกวางมาเดินเล็มหญ้าให้ดู เป็นถิ่นซ่องสุมของโจรผู้ร้ายซึ่งอาจรวมเสือใบที่โด่งดังด้วย เป็นที่อยู่ของสิ่งลึกลับ ของภูตผีปีศาจ มีแต่เรื่องเล่าน่าขนลุกขนพองสยองเกล้า เพื่อให้สมกับคำเขียนจึงขอยกเรื่องที่ประสบกับตนเองมาเล่าให้ผู้อ่านได้อ่านบ้างดังต่อไปนี้

 

"มานั่งเขียนเรื่องในสถานท่ีที่เรื่องเกิดขึ้นจึงช่วยทำให้เกิดความรู้สึกได้ดีถึงแม้ว่ามันได้เกิดมา ๖๕ ปีแล้ว ก็ต้องหวนไปคิดว่ามีทางรถไฟที่บริษัทโรงเลื่อยศรีราชาสร้างเข้ามาในป่าดงดิบนี้แล้วก็บรรทุกไม้ซุงท่อนใหญ่ๆแล้วลากออกไปส่งที่โรงเลื่อย เลื่อยเสร็จแล้วก็ลากแผ่นไม้เป็นตั้งๆไปลงเรือที่ปลายสะพานเกาะลอย

 

พวกทีมนักล่าสัตว์ประกอบด้วยคนอย่างว่าที่มี "ตาเภ้า" เป็นนายพรานก็นั่งรถเข็นราง แต่แทนที่จะใช้กำลังหัวรถจักรลากไปกลับกลายเป็นนักเรียนลูกหาบผลัดกันลงเข็นรถ ตอนขึ้นเนินก็ออกกำลังกันหน่อย พอลงเนินก็รีบกระโดดขึ้นรถนั่งโต้ลมกันสบายเฉิบ พอขึ้นไปสุดกำลังอีกเนินต่อไปก็ต้องรีบกระโดดลงเพื่อดันให้มันวิ่งต่อไป ไม่เช่นมันก็จะถอยกลับ ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ไม่ต้องไปถึงไหนกันละ ไม่นานความมืดก็ครอบคลุมทั่วไปหมด

 

ในที่สุดนายพรานที่ส่องไฟอยู่หน้ารถก็พลันจับตาสัตว์ได้แต่ไกลจึงให้หยุดรถและลงเดินกันให้เงียบที่สุดยิ่งไม่หายใจได้ยิ่งดี อันหลังนี้นายพรานไม่ได้บอก ผู้เขียนเติมเข้ามาเอง ไม่หายใจแล้วมันจะเดินไปได้อย่างไร! พวกเราค่อยๆย่องเข้าไปๆ พอใกล้เข้าไปนาย พรานก็บอกให้เราหยุด แกก็เดินเข้าไปอีกหน่อยก็เห็นตาสัตว์หันมาดูลุกวาว บราเดอร์ฯกระซิบว่า กวางๆ ยืนเด่นเขาโง้งอยู่ริมชายป่าห่างออกไปประมาณ ๑๕ เมตร นายพรานจึงยกปืนแฝดขึ้นประทับบ่า เล็งให้ดีแล้วเหนี่ยวไกปืนเสียงดังโป้งไปลั่นป่า นายพรานก็นึกว่าต้องล้มแน่เพราะระยะนี้ไม่เคยพลาดมาก่อน แต่ที่ไหนได้เจ้ากวางยังยืนเขาโง้งตัวค่อนข้างใหญ่ยืนอยู่อย่างเดิม นายพรานจึงรีบยกปืนขึ้นเล็งยิงซ้ำ้อีกที กลัวจะหนีด้วยลูก ๙ เม็ดทั้งสองลูก แต่เจ้ากวางก็ยังยืนเฉยอยู่ อาจจะขยับชิดชายป่าเข้าไปหน่อย แต่ตาก็ยังลุกวาวอยู่ ตาเภ้าจึงเอาปลอกกระสุนออก ยัดเอาลูกโดดใส่เข้าไปทั้งสองข้าง กะว่าคราวนี้มันต้องหงายท้องแน่ พึมพำว่ากูเกิดมาไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อน เหนี่ยวไกออกไปอีกทีเสียงดังลั่นป่าหูดับตับไหม้ แต่เจ้ากวางก็ยังยืนอยู่อีก ตาเภ้ามือชักจะสั่น ก้าวเข้าไปใกล้อีกหน่อย เหนี่ยวไกลูกโดดที่เหลือ เจ้ากวางแทนที่จะล้มกลับเดินเข้าป่าหายไป นายพรานพูดตะกุกตะกัก หลุดโพล่งออกมาว่า กวางผี! พอได้ยินคำว่าผีพวกเราก็รวมตัวกัน ปากคอตัวสั่นขนลุกไปตามๆกันเพราะมันก็หนาวเย็นด้วย นายพรานและบราเดอร์เดินมารวมตัวกัน นายพรานพูดว่าเกิดมาเป็นชีวิตนายพรานไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อน จะตามเข้าไปดูก็ไม่รู้ว่าจะเจอกวางหรือเจอผี ทางที่ดีกลับบ้านกันดีกว่า ได้ยินภายหลังว่าตาเภ้าของเราเลิกเป็นพรานยิงสัตว์อีกต่อไป และเรื่องนี้ก็เล่ากันแล้วเล่ากันอีกต่อมาจนถึงครั้งนี้ด้วย"

 
16 December, 2011


Launched Montfortian.com @ Jan 20,2010 : 9:19 PM | Best view IE 7 and up, Safari, Google Chrome
Copyright © by Montfortian Associates Group 3 | www.Monfortian.com | All right reserved.
Design by Wholeinone Creative Company Limited